พาณิชย์ เอกชนไทย จับตาสถานการณ์ ขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐ-จีน

        พาณิชย์-เอกชน จับตาสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน หวั่นเกิดสงครามการค้ารอบใหม่ ซ้ำเติมวิกฤติโควิด-19 ชี้โลก เดาใจ “ทรัมป์” ยาก เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดี

        นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยออกมาว่า เวลานี้กระทรวงและภาคเอกชนอยู่ระหว่างติดตามเหตุการณ์ความ ขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐ-จีน จนเกิดสงครามการค้ารอบใหม่ รวมทั้งจะมีการทำแผนในการผลักดันส่งออกร่วมกันเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริงเชื่อว่าทุกประเทศทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบกันหมดทั้งภาคการส่งออกและเศรษฐกิจภาพรวมหลังจากปีที่ผ่านมาภาคส่งออกได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าแล้ว และในปี 63 ก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19

         กระทรวงไม่วางใจเรื่องนี้จึงได้ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากว่ายิ่งใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งทั่วโลกก็เดาใจนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยากว่าจะทำอะไรต่อไป และที่สำคัญทรัมป์เองก็จะแคนดิเดตตัวแทนของพรรพรรครีพับลิกัน ที่จะลงแข่งกับพรรคเดโมแครต ส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นการหาเสียงไปด้วย

        ตอนนี้สหรัฐคงจะมีกระสุนอีก 2-3 นัดหมายที่จะออกมาตรการใช้กับจีนหรือประเทศอื่นๆ ซึ่งถือว่าไม่มากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขึ้นภาษีผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ภาษียานยนต์ เป็นต้น ซึ่งเรื่องของสงครามการค้ารอบใหม่นั้นทางกระทรวงและเอกชนก็มีการปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลกระทบส่งออก ซึ่งหากโชคดีอาจทำให้ไทยสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการส่งออกในวิกฤติรอบใหม่ก็ได้

         นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย พูดว่า ภาคเอกชนกำลังติดตามความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ-จีนอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าไทยมีโอกาสที่ได้รับประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องของการค้าและการลงทุนมากด้วยเหมือนกัรนกัน โดยเฉพาะโอกาสที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นซับพลายเซนของอุตสาหกรรมต่างๆที่มั่นคงของโลกได้ เพราะในระยะหลังมีผู้ประกอบการจากจีนเริ่มย้ายฐานการผลิตมาไทยและอาเซียนจำนวนมากเพื่อป้อนชิ้นส่วนและวัตถุดิบให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนและประเทศต่างๆ

        ดังนี้ ระยะหลังจีนกับประเทศตะวันตกทั้งสหรัฐและยุโรปมีปัญหากันภายหลังที่จากที่เกิดการระบาดโควิด-19 โดยเฉพาะสหรัฐที่กล่าวหาจีนมาเป็นต้นเหตุในการทำให้เกิดการระบาดจนมีความ ขัดแย้ง ต่อเนื่อง ดังนั้นจีนต้องหาพันธมิตรในอาเซียนและประเทศใกล้เคียงมากขึ้น เห็นจากที่ผ่านมาไทยขออะไรจีนมักได้ง่ายๆหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเปิดด่านในการส่งสินค้าเกษตรไทยไปจีน ก็ได้รับความสะดวกรวดเร็วผิดกับครั้งก่อนๆ จนทำให้ผลิตภัณฑ์จากการเกษตรไทยหลายตัวสามารถส่งออกไปจีนได้เพิ่ม เช่น ทุเรียน แม้จะเจอปัญหาระบาดโควิด-19 แต่ก็มีล้งจีนเข้ามากว้างซื้อทุเรียนไทยมากกว่าเดิมอีกเพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดจีน

         นายปรัชญา กล่าวถึงกรณีที่พานาโซนิคประกาศย้ายฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยไปเวียดนามว่า เรื่องดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะบริษัททั่วโลกมีแผนที่จะปรับโครงสร้างบริษัทอยู่แล้วเพื่อให้สอดคลัองกับโลกปัจจุบันและลดต้นทุนการผลิตทำให้เกิดการย้ายฐานหรือปิดสาขา ซึ่งเป็นกันทั่วโลกและเชื่อว่าธุรกิจต่างๆอาจใช้โอกาสที่เกิดระบาดโควิด-19 ในการปรับโครงสร้างเพราะเป็นช่วงที่เหมาะสมสุดเพราะออเดอร์เข้ามาน้อย แต่หากไปปรับโครงสร้างในช่วงที่ออเดอร์เข้ามามากก็จะเสียโอกาสทางธุรกิจ

         “ส่วนเรื่องของซับพลายเซนของบริษัทใหญ่ที่ปิดกิจการหรือมีการย้ายฐานเพื่อปรับโครงสร้างนั้นทางภาครัฐและหอการค้าไทยก็จะหาแนวทางในการช่วยเหลือเพื่อให้บริษัทสามารถที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้”

พาณิชย์ เอกชนไทย จับตาสถานการณ์ ขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐ-จีน

พาณิชย์ เอกชนไทย จับตาสถานการณ์ ขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐ-จีน

พาณิชย์ เอกชนไทย จับตาสถานการณ์ ขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐ-จีน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *